อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นไหนกินไฟมากที่สุด

หากพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีอะไรบ้างที่เราใช้บ่อยที่สุด แน่นอนว่าคงมีหลายชิ้นไม่ว่าจะเป็น พัดลม หม้อหุงข้าว แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เตารีด ตู้เย็น ทีวี และอีกหลายอย่างขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่ว่าที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้าน หรือ คอนโด เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็กินไฟเยอะอยู่แล้ว ยิ่งใช้งานพร้อมกันก็จะทวีคูณการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นไปอีก นั่นแปลว่าเงินในกระเป๋าของคุณก็ลดลงเช่นกัน แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนที่จะกินไฟมากที่สุดมาดูกันเลย

อันดับ 4 เตารีดไฟฟ้า ใช้กำลังไฟฟ้า 700 – 2,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าที่รีด และการรีดผ้าในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผ้าที่ต้องการรีดมากพอ อย่างน้อย 7 – 10 ตัว หากรีดครั้งละตัวสองตัวจะทำให้เปลือกไฟมากแถมยังเสียเวลาอีกด้วย

อันดับ 3 เครื่องซักผ้า ใช้กำลังไฟ 3,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : สำหรับวิธีการซักผ้าที่ประหยัดพลังงานและได้ประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า เพื่อการประหยัดน้ำประหยัดไฟควรซักผ้าในปริมาณที่พอดีกับความจุของเครื่อง อีกอย่างหนึ่งคือการเลือกเครื่องซักผ้าในปัจจุบันจะมีความทันสมัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาหน้าจะช่วยประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 58%

อันดับ 2 เครื่องปรับอากาศ ใช้กำลังไฟฟ้า 1,200 – 3,300 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ที่เราเรียกกันติดปากเชื่อว่า 50% ของคนไทยต้องเปิดแอร์นอน , เปิดแอร์ทำงาน กันในทุกวัน ซึ่งเรามีวิธีในการประหยัดไฟการใช้งานได้โดย เลือกแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน ของขนาดห้อง การติดตั้งที่เหมาะสมระยะห่างจากฝ่าเพดานประมาณ 20 เซนติเมตรเพื่อเลี่ยงความร้อนจากหลังคาในห้อง และการเปิดแอร์ทุกครั้งต้องมั่นใจว่าคุณปิดหน้าต่างประตูสนิท ที่สำคัญควรตรวจสอบสภาพการใช้งานด้วยการล้างตะแกรงจับฝุ่นเดือนละ 1 ครั้ง และตรวจเช็คสภาพการใช้งานปีละ 1-2 ครั้ง

อันดับ 1 เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้กำลังไฟฟ้า 2,500 – 12,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด: สำหรับการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีและประหยัดไฟมีประเด็นหลักที่หลายคนละเลยและคิดว่าคงไม่เป็นอะไร คือ ไม่ควรเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้ตลอดเวลา เมื่ออาบน้ำเสร็จควรปิดปุ่มการใช้งานทันที เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าติดอันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะที่สุด

ณ ปัจจุบันต้องยกให้เครื่องใช้ไฟฟ้า 4 อันดับข้างต้นที่ทำให้เงินในกระเป๋าของคุณหายไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

เพิ่มเติม : https://www.siamartlighting.com