เดือน: เมษายน 2019

โครงการไฟถนนโซล่าเซลล์ ช่วยประเทศชาติประหยัดพลังงาน

ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ , ธุรกิจ , และสังคม เกิดจากการที่มีเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตเข้ามามีผลในเรื่องของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ , ธุรกิจ , และสังคม ให้มีการดำเนินการหรือดำเนินชีวิตต่าง ๆ ทำได้สะดวก สบายมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ระบบเศรษฐกิจและธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันได้มีทิศทางในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการที่มีการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบันนี้ ทำให้ต้องมีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีอยู่ภายในประเทศที่ได้มีการพัฒนาขึ้น ซึ่งทำให้ต้องมีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่มีความสำคัญในการดำเนินการระบบเศรษฐกิจและธุรกิจทั้งหมดนั้นเป็นจำนวนมาก

ไฟถนนโซล่าเซลล์ ปัจจุบันได้มีการนำ พลังงานแสงอาทิตย์ Solar Cell มาใช้กับงานส่องสว่าง ไฟสนามตาม สวนสาธารณะ ไปจนถึงไฟถนนในหลายภูมิภาคทั่วโลกเนื่องจากความต้องการประหยัดพลังงาน

พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศไทยนั้นผลิตมาจากโรงงานผลิตไฟฟ้าภายในประเทศที่มีรูปแบบการผลิตต่าง ๆ เช่น การผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ , การผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อน , การผลิตไฟฟ้ากังหันก๊าซ , และการผลิตไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่ใช้ขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน ให้ได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ในปัจจุบันกำลังการผลิตไฟฟ้าภายในประเทศไทยเอง ก็มีข้อจำกัดทำให้ต้องมีการผลิตไฟฟ้าที่น้อยลงมาจากปกติและมีการคุมการผลิตไฟฟ้าให้จำกัด โคมไฟถนน โซล่าเซลล์ พลังงานแสงอาทิตย์ จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการในเรื่องของการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน และวิธีการที่ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้านั้น คือการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมดไป เพราะดวงอาทิตย์ต้องมีการขึ้นทุกวัน จึงได้มีการคิดวิธีที่จะนำพลังงานแสงอาทิตย์นี้มาใช้แทนพลังงานไฟฟ้าโดยการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เพื่อกรองพลังงานแสงอาทิตย์มาแปรเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้
จากการคิดค้นวิธีการนี้ขึ้นมาทำให้เกิดการริเริ่มโครงการไฟถนนโซล่าเซลล์ขึ้นมา ไฟถนนโซล่าเซลล์ ที่ถูกและดี ที่ปกติแล้วตามท้องถนนหรือเรียบทางด่วน และตามทางปกติทั่วไปจะใช้เสาไฟที่มีหลอดไฟจากพลังงานไฟฟ้าให้แสงสว่างตามทาง ซึ่งภายในประเทศไทยนั้นก็มีถนนหรือเส้นทางเป็นจำนวนมากจึงทำให้กลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การใช้พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันมีจำนวนการใช้งานค่อนข้างสูง

จึงได้เริ่มโครงการ ไฟถนนโซล่าเซลล์ ขึ้นมาเพื่อช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้อยู่เป็นจำนวนมากให้ลดลงไป โดยการติดตั้งไฟถนนโซล่าเซลล์ แทนที่การใช้เสาไฟปกติ เพราะพลังงานที่มาทำหน้าที่ให้แสงสว่างจากไฟถนนโซล่าเซลล์ จะใช้พลังงานที่มาจากแผงโซล่าเซลล์ที่มีการติดตั้งเอาไว้ภายในไฟถนนหรือเสาไฟ ซึ่งจะมีการทำงานโดยตอนกลางวันที่มีแสงอาทิตย์จากดวงอาทิตย์ส่องมาที่แผงโซล่าเซลล์ที่ติดตั้งอยู่ภายใน ไฟถนนโซล่าเซลล์ มาแปลงเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าจัดเก็บไว้ภายในแบตเตอรี่ที่อยู่ภายใน และเมื่อถึงช่วงเวลากลางคืน ไฟถนนโซล่าเซลล์ จะทำการให้แสงสว่างอัตโนมัติโดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่ได้จัดเก็บมาจากพลังงานแสงอาทิตย์ มาใช้งาน

ซึ่งการใช้ ไฟถนน โซล่าเซลล์ ราคาถูกจึงมามีส่วนช่วยในเรื่องของการประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก เพราะพลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีวันหมดไปจึงเป็นเหตุที่ทำให้การนำพลังงานชนิดนี้มาแทนการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด

อุปกรณ์ไฟฟ้าชิ้นไหนกินไฟมากที่สุด

หากพูดถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านมีอะไรบ้างที่เราใช้บ่อยที่สุด แน่นอนว่าคงมีหลายชิ้นไม่ว่าจะเป็น พัดลม หม้อหุงข้าว แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น เตารีด ตู้เย็น ทีวี และอีกหลายอย่างขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่ว่าที่อยู่อาศัยจะเป็นบ้าน หรือ คอนโด เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็กินไฟเยอะอยู่แล้ว ยิ่งใช้งานพร้อมกันก็จะทวีคูณการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นไปอีก นั่นแปลว่าเงินในกระเป๋าของคุณก็ลดลงเช่นกัน แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นไหนที่จะกินไฟมากที่สุดมาดูกันเลย

อันดับ 4 เตารีดไฟฟ้า ใช้กำลังไฟฟ้า 700 – 2,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : ตั้งปุ่มปรับความร้อนให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าที่รีด และการรีดผ้าในแต่ละครั้งจะต้องมีจำนวนผ้าที่ต้องการรีดมากพอ อย่างน้อย 7 – 10 ตัว หากรีดครั้งละตัวสองตัวจะทำให้เปลือกไฟมากแถมยังเสียเวลาอีกด้วย

อันดับ 3 เครื่องซักผ้า ใช้กำลังไฟ 3,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : สำหรับวิธีการซักผ้าที่ประหยัดพลังงานและได้ประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า เพื่อการประหยัดน้ำประหยัดไฟควรซักผ้าในปริมาณที่พอดีกับความจุของเครื่อง อีกอย่างหนึ่งคือการเลือกเครื่องซักผ้าในปัจจุบันจะมีความทันสมัยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องซักผ้าฝาหน้าจะช่วยประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 58%

อันดับ 2 เครื่องปรับอากาศ ใช้กำลังไฟฟ้า 1,200 – 3,300 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด : เครื่องปรับอากาศหรือแอร์ที่เราเรียกกันติดปากเชื่อว่า 50% ของคนไทยต้องเปิดแอร์นอน , เปิดแอร์ทำงาน กันในทุกวัน ซึ่งเรามีวิธีในการประหยัดไฟการใช้งานได้โดย เลือกแอร์ให้เหมาะกับการใช้งาน ของขนาดห้อง การติดตั้งที่เหมาะสมระยะห่างจากฝ่าเพดานประมาณ 20 เซนติเมตรเพื่อเลี่ยงความร้อนจากหลังคาในห้อง และการเปิดแอร์ทุกครั้งต้องมั่นใจว่าคุณปิดหน้าต่างประตูสนิท ที่สำคัญควรตรวจสอบสภาพการใช้งานด้วยการล้างตะแกรงจับฝุ่นเดือนละ 1 ครั้ง และตรวจเช็คสภาพการใช้งานปีละ 1-2 ครั้ง

อันดับ 1 เครื่องทำน้ำอุ่น ใช้กำลังไฟฟ้า 2,500 – 12,000 วัตต์

ใช้อย่างไรให้ประหยัด: สำหรับการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นอย่างถูกวิธีและประหยัดไฟมีประเด็นหลักที่หลายคนละเลยและคิดว่าคงไม่เป็นอะไร คือ ไม่ควรเปิดเครื่องทำน้ำอุ่นทิ้งไว้ตลอดเวลา เมื่ออาบน้ำเสร็จควรปิดปุ่มการใช้งานทันที เพราะนี่คือสาเหตุที่ทำให้เครื่องทำน้ำอุ่นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าติดอันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟเยอะที่สุด

ณ ปัจจุบันต้องยกให้เครื่องใช้ไฟฟ้า 4 อันดับข้างต้นที่ทำให้เงินในกระเป๋าของคุณหายไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

เพิ่มเติม : https://www.siamartlighting.com

ระบบการทำงานภายในโรงงานที่มีความจำเป็น Pneumatic conveying

โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ ที่ได้มีการเปิดให้บริการนั้นไม่ว่าจะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้า โรงงานอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุก่อสร้าง และโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตและบรรจุอาหาร ซึ่งโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นโรงงานที่เป็นแหล่งในเรื่องของการผลิตสินค้าและบริการต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจหรือการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีความจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จะมาช่วยในเรื่องของการผลิตสินค้าและบริการให้มีคุณภาพ ปลอดภัย ระบบ นิวเมติก คอน เวเยอร์ พร้อมยังลดต้นทุกในเรื่องของการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรมาแทนที่พนักงานแรงงานคนที่จำเป็นที่ต้องจ้างเข้ามา โดยใช้เครื่องมือหรือเครื่องจักรการผลิตทางอุตสาหกรรมด้านการผลิตมาใช้ทดแทน

Pneumatic conveying เป็นระบบที่มีความซับซ้อนมาก ทำให้วิศวกรในโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ประสบปัญหาในการออกแบบระบบ ช่วยค้นหาความลับในการออกแบบระบบขนถ่ายวัสดุด้วยลมให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศอีกต่อไป

ซึ่งการทำงานของโรงงานการผลิตภายในโรงงานเหล่านี้เองก็มีขั้นตอนและรูปแบบที่แตกต่างกันตามวัสดุหรือวัตถุดิบที่นำมาผลิตสินค้าและบริการที่จะนำไปขาย ส่ง ออกให้แก่ลูกค้าและผู้บริโภค ที่จะนำไปใช้สอยหรือขายสินค้าต่อให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปได้ ในการผลิตสินค้าและบริการเหล่านี้เองก็ต้องเป็นการทำงานที่ค่อนข้างที่จะเป็นระบบรูปแบบเพื่อทำให้ขั้นตอนการดำเนินการผลิตนั้นมีความสะดวก รวดเร็วและไม่เกิดปัญหาขึ้น การ ขน ถ่าย วัสดุ ด้วย ลม คือ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์การผลิตภายในโรงงานอุตสาหกรรมมาช่วยในเรื่องของการผลิตที่มีความแม่นยำและทนทานกว่าคนทั่วไป ที่สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลานาน

Pneumatic conveying เหมาะสำหรับใช้ขนวัสดุที่อยู่ในรูปของเมล็ด ผงยังเป็นระบบที่ทำให้สภาพแวดล้อมสะอาด

และภายในการผลิตสินค้าและบริการเหล่านี้เองก็มีขั้นตอนที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องจักรหรือเครื่องมือการผลิตหลากหลายรูปแบบเอาไว้ใช้ในการผลิตหรือดำเนินงานภายในโรงงานได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ช่วยในการผลิตที่โรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นที่จะต้องมีเอาไว้ภายในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มีตั้งแต่เครื่องมือตัด เครื่องมือช่วยในการขึ้นรูปของสินค้า หรือเครื่องมือที่ช่วยในเรื่องของระบบลำเลียงสินค้าที่ได้ผลิตออกมา และPneumatic Conveying Design Guide ที่มีความสำคัญในเรื่องของการขนย้ายวัสดุหรือวัตถุดิบที่มีขนาดเล็กให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและรวดเร็ว นั้นคือ ระบบ Pneumatic conveying หรือระบบการเคลื่อนย้ายวัตถุด้วยลมที่จะมาช่วยในเรื่องของการขนย้ายสินค้าหรือวัตถุดิบที่มีขนาดเล็ก และมีจำนวนมาก ซึ่งในการขนย้ายสิ่งเหล่านี้โดยปกติแล้วจำเป็นที่จะต้องใช้ทั้งแรงและเวลาเป็นจำนวนมากในการเคลื่อนย้ายไปให้ถึงยังจุดที่กำหนดเอาไว้ และระบบ Pneumatic conveying นี้นั้นจะมาช่วยทำให้เรื่องการขนย้ายสิ่งเหล่านี้ได้หมดปัญหาไป ด้วยระบบการทำงานที่สามารถลำเลียงได้อย่างรวดเร็วผ่านทางระบบท่อไปยังที่จัดเก็บหรือส่งลงบรรจุภัณฑ์ได้
ดังนั้นระบบ Pneumatic conveying เป็นอีกหนึ่งระบบที่จะช่วยให้ระบบการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมมีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นไม่ต้องยุ่งยากในรูปแบบเดิม

โรงพิมพ์ยุคดิจิตอล ตอบสนองทุกความความต้องการของธุรกิจยุคสมัยใหม่

ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์ทั่วโลกกำลังเผชิญภาวะวิกฤตในยุคดิจิทัล ผู้ที่ทำงานด้านสิ่งพิมพ์ในไทยก็ย้ำว่า จะต้องทำงานคู่ขนานกันไปกับสื่อดิจิตอล เพื่อความอยู่รอดในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะการตลาดดิจิตอล การพิมพ์ในยุคนี้ยังคงเป็นที่นิยมอยู่ เนื่องจากความต้องการในงานพิมพ์ยังมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตของธุรกิจหลากหลายประเภทที่ต้องการงานพิมพ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตสินค้า หรือเพื่อการสร้างสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ยังคงพบเห็นได้ทั่วไปได้ในชีวิตประจำวัน

โรงพิมพ์ต้องปรับตัวเป็นไปตามแนวโน้มของอุตสาหกรรมทั่วโลก

ส่วนผู้ที่ทำงานด้านการพิมพ์ ทั้งโรงพิมพ์ดิจิตอลขนาดเล็กไปจนถึงโรงพิมพ์ออฟเซตขนาดใหญ่ มองว่า หากสื่อสิ่งพิมพ์ได้รับความนิยมลดลง การรับผลิตสินค้า, ของที่ระลึก, ของชำร่วย หรือบรรจุภัณฑ์สำหรับบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็ยังคงเป็นทางรอดสำคัญ ซึ่งโรงพิมพ์ดิจิตอล จะมีจุดแข็งด้านความละเอียดคมชัด และปริมาณที่ไม่จำเป็นต้องมาก ก็สั่งผลิตได้ ขณะที่โรงพิมพ์ออฟเซต ยังคงมีจุดเด่นด้านต้นทุนที่ถูกกว่า หากผลิตเป็นจำนวนมาก

โรงพิมพ์ต้องสร้างความพึงพอใจไปพร้อมกับความต้องการที่เป็นที่ชื่นชอบ

อุตสาหกรรมโรงพิมพ์เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีบทบาทสำคัญในการประสมประสานการสื่อสาร แต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เกิดความท้าทายบางอย่างสำหรับอุตสาหกรรมโรงพิมพ์ ถ้าเรามองเพียงด้านเดียวของกระจก เราอาจเห็นเฉพาะด้านการเติบโตเฟื่องฟูของอุตสาหกรรม แต่ความจริงแล้วในด้านอื่น ๆ ของอุตสาหกรรมโรงพิมพ์กำลังประสบกับความกดดัน เนื่องจากแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัลมีอัตราที่เพิ่มมากขึ้น สำนัก พิมพ์ โรง พิมพ์ รูปแบบธุรกิจแบบดั้งเดิมของธุรกิจการพิมพ์มีปริมาณงานที่น้อยลง ดังนั้นโรงพิมพ์ต้องคิดค้นกลยุทธ์ใหม่ๆ เลือกเทคโนโลยีที่แตกต่าง และปรับโครงสร้างรูปแบบธุรกิจ เพื่อมีกำไร และความอยู่รอดในอุตสาหกรรม
โรงพิมพ์ต้องหาวิธีเพิ่มรายได้ และอยู่ในการแข่งขันให้ได้ แนวโน้มที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นเพียงบางส่วนของแนวโน้มอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่ได้รับความนิยมในลำดับต้นๆ และพัฒนาบริการต่างๆ ให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจยุคใหม่ที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เราจึงมุ่งเน้นให้บริการที่มีลักษณะเด่นและสอดคล้องกับความต้องการของท่านในหลายด้าน ได้แก่
1. High Quality พิมพ์งานคุณภาพสูง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ให้แก่องค์กรของท่าน
2. Print on Demand สั่งพิมพ์จำนวนน้อยได้ เพื่ออัพเดทข้อมูลได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถพิมพ์งานเพื่อใช้เฉพาะเทศกาล หรือในงาน event ต่างๆ
3. Cost Effective พิมพ์งานคุณภาพสูง โดยเริ่มต้นด้วยงบประมาณที่ต่ำมาก เพื่อทดสอบตลาดในช่วงแรก แล้วจึงลงทุนพิมพ์เป็นจำนวนมากในภายหลังได้
4. Fast Turnaround พิมพ์ด่วน รอรับได้ เพื่อให้สามารถผลิตสิ่งพิมพ์ที่ทันต่อเหตุการณ์ สร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน
5. Personalization พิมพ์เปลี่ยนรูปภาพและข้อความได้ทุกแผ่น สำหรับทำการตลาดแนวใหม่

โรงพิมพ์จะต้องมีการบริการมูลค่าเพิ่มเพื่อหาวิธีเพิ่มรายได้ และอยู่ในการแข่งขันให้ได้

หนึ่งในแนวโน้มที่สำคัญในอุตสาหกรรมโรงพิมพ์ คือ การให้บริการการพิมพ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเป็นงานบริการนอกเหนือจากการพิมพ์ที่ลูกค้าต้องการมากขึ้นจากโรงพิมพ์ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจต้องการบริการออกแบบ, บริการจัดจำหน่าย หรือบริการอื่น ๆ ที่โรงพิมพ์สามารถช่วยให้พวกเขาได้ เนื่องจาก แนวโน้มอุตสาหกรรมโรงพิมพ์ จะค่อยๆ เปลี่ยนจากอุตสาหกรรมการผลิตไปสู่อุตสาหกรรมการบริการ

ดังนั้น โรงพิมพ์ควรจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของพวกเขา มอบข้อเสนอใหม่ และน่าสนใจ ส่งมอบสิ่งที่จำเป็น และเกินกว่าสิ่งที่พวกเขาคาดหวังไว้ การ ปรับ ตัว ของ โรง พิมพ์ การบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม คือ วิธีที่โรงพิมพ์จะได้รับการยอมรับ เป็นบริษัทที่มีความสำคัญเป็นตัวเลือกในระดับต้น ช่วยให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการแข่งขัน