เดือน: พฤษภาคม 2020

โต๊ะพับหน้าขาว กับประโยชน์มากมาย

โต๊ะ เป็นเครื่องเรือนที่มีพื้นผิวด้านบนเรียบขนานกับพื้น รองรับน้ำหนักโดยขาโต๊ะ โดยอาจใช้สำหรับวางสิ่งของ เช่น อาหาร หนังสือ ฯลฯ โดยความสูงมีความพอเหมาะสำหรับการนั่ง และโดยมากจะใช้คู่กับเก้าอี้ โต๊ะในยุคก่อนหน้านี้ จะแตกต่างจากปัจจุบัน โดยโต๊ะในปัจจุบันมักไม่มีลิ้นชัก โต๊ะที่มีไว้สำหรับเขียนและทำงานในออฟฟิศจะเรียก โต๊ะทำงาน (Desk) ซึ่งจะมีลิ้นชักอย่างน้อย 1 อันหรือมากกว่านั้น โต๊ะสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะโครงสร้าง คือ โต๊ะพับได้ และโต๊ะพับไม่ได้
โต๊ะพับหน้าขาว
โต๊ะพับหน้าขาว ซึ่งโต๊ะพับหน้าขาวนั้นมีอยู่ด้วยกันมากมายหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ลักษณะงานที่ใช้ บางแบบนั้นเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมจตุรัส บางแบบนั้นก็เป็นโต๊ะยาว และก็มีอีกหลายๆ แบบที่เป็นโต๊ะกลม เรื่องของวัสดุที่ใช้เป็นแผ่นโต๊ะนั้นก็แตกต่างออกไป บางแบบก็จะใช้เนื้อไม้ บางแบบก็จะเป็นเหล็กแผ่นขึ้นรูป บางแบบก็เป็นพลาสติก และอื่นๆ แต่ก็จะมีองค์ประกอบหลักที่ตรงกันนั่นก็คือ พับได้

ประโยชน์ของโต๊ะพับหน้าขาว

1. ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ เนื่องจากโต๊ะสามารถพับได้ จึงไม่เกะกะพื้นที่ใช้สอย หลังจากใช้งานเรียบร้อยแล้ว
2. สามารถนำไปใช้นอกสถานที่ได้อย่างสะดวก เพราะมีน้ำหนักเบา และเคลื่อนย้ายได้ง่าย
3. สามารถนำไปใช้กับงานได้หลายประเภท เนื่องจากมีหลายรูปแบบให้เลือก
4. ดูแลรักษาได้ง่าย เพราะโครงสร้างไม่มีอะไรที่ซับซ้อน
5. เป็นที่นิยมนำไปทำธุรกิจด้านงานจัดเลี้ยงต่าง ๆ ได้ทุกประเภท

ประโยชน์ส่วนหนึ่งของโต๊ะพับหน้าขาว ก็ทำให้สามารถตัดสินใจได้ว่าในบ้าน หรือที่ทำงาน น่าจะมีโต๊ะพับหน้าขาวไว้สักตัวหนึ่งสำหรับไว้ใช้งาน

โต๊พับหน้าขาว สามารถรับแรงกระแทกได้ดี มีสารป้องกัน UV 100% ทนแดดและความร้อน ทนฝน เหมาะสำหรับใช้ในร่ม และกลางแจ้ง โครงสร้างเหล็กกล้า ใต้หน้าโต๊ะ สามารถรับน้ำหนักได้ดี ไม่บิดงอ เชื่อมต่อโครงสร้างด้วยระบบดิจิตอลพร้อมทำสีด้วยระบบ Power Coated ป้องกันสนิม โต๊ะพับหน้าขาวง่ายต่อการขนย้ายและจัดเก็บ และยังมีห่วงล็อกขาโต๊ะ 2 ระดับ เพิ่มความมั่นคง ป้องกันขาโต๊ะพับงอเมื่อกางใช้งาน

แทงค์น้ำ ศึกษารายละเอียดข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ

ในยุคสมัยก่อนนั้น น้ำประปายังมีไม่ทั่วถึง ซึ่งคนแก่ที่อยู่ตามชนบท ทุกๆ บ้านมักจะใช้โอ่งหรือตุ่ม ไว้สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ โดยเวลาฝนตกจะกักเก็บไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ในยามหน้าแล้ง แต่ด้วยวัสดุที่ใช้ทำโอ่งหรือตุ่ม ไม่สามารถป้องกันการเกิดขึ้นของตระไคร่น้ำได้ และฝาปิดก็ไม่สนิท จึงทำให้สิ่งสกปรกต่าง ๆ ตกลงไปสะสมกัอยู่ภายใน โดยในปัจจุบันได้มีการออกแบบและพัฒนา ถังสำหรับใส่น้ำ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในยามที่น้ำประปาไม่ไหล โดยมีการป้องกันการเกิดของตะไคร่น้ำได้เป็นอย่างดี และสามารถจัดการกับเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ ซึ่งทำให้สามารถใช้น้ำในการอุปโภคและบริโภคได้อย่างปลอดภัย ทั้งใช้น้ำในการประกอบอาหาร , ล้างจาน , ซักเสื้อผ้า , อาบน้ำ และอื่น ๆ เป็นต้น

แทงค์น้ำ

แทงค์น้ำ มีอยู่มากมายหลายแบบ ทำให้เกิดคำถามมากมาย ยิ่งบ้านที่กำลังสร้างและต้องการที่จะติดตั้งแทงค์น้ำด้วยแล้ว อาจจะยังสงสัยใน วัสดุ รูปแบบ ประโยชน์ต่าง ๆ ความคุ้มค่า รวมถึงวิธีการดูแลหลังจากติดตั้ง ซึ่งมีผลต่อสุขอนามัยของคนที่อาศัยในบ้านโดยตรง หากกำลังมองหา แทงค์น้ำ สักถังมาติดตั้งที่บ้าน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกถังเก็บน้ำอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานในบ้านของตัวเอง วันนี้ มีข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับถังเก็บน้ำมาฝากค่ะ ทั้งข้อมูลสำหรับการเลือกถังเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและชนิดของถังเก็บน้ำ รวมไปถึงรุ่นของถังเก็บน้ำที่มีวางขายอยู่ในขณะนี้ ไว้เป็นข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อค่ะ

ซึ่งแทงค์น้ำที่มีวางจำหน่ายตามท้องตลาดปัจจุบัน ก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ถังเก็บน้ำ DOS, ถังเก็บน้ำ FLUSSO, ถังเก็บน้ำ SOMIC, ถังเก็บน้ำ WAVE ฯลฯ โดยแต่ละยี่ห้อก็มีแทงค์น้ำให้เลือกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ถังเก็บน้ำสแตนเลสที่มีคุณสมบัติป้องกันสนิมนิยมติดตั้งบนดิน ถังเก็บน้ำพลาสติกมีให้เลือกทั้งแบบติดตั้งบนดินและใต้ดินที่มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน ถังเก็บน้ำคอนกรีต ถังเก็บน้ำโพลีเมอร์ชนิดทึบแสง ถังเก็บน้ำโพลีเมอร์ชนิดไม่ทึบแสง หรือถังเก็บน้ำไฟเบอร์กลาส เป็นต้น โดยแทงค์น้ำคุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำต่างๆมีให้เลือกตั้งแต่ราคาหลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งราคาจะถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงทนทาน ขนาดแท้งค์น้ำ ปริมาณความจุของถังเก็บน้ำ ที่จะต้องมีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน

ปริมาณความจุของแทงค์น้ำ

การเลือกถังเก็บน้ำหรือแทงค์น้ำ จะต้องพิจารณากันเรื่องของขนาดและปริมาณความจุให้มีความเหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด ซึ่งคุณสามารถคำนวนได้จากจำนวนสมาชิกภายในบ้านและลักษณะการใช้งาน โดยปกติทั่วไปแล้วค่าเฉลี่ยในการใช้น้ำประปาต่อวันจะอยู่ที่ 200 ลิตร/คน ก็ให้ทำการคูณจำนวนสมาชิกภายในครอบครัว พร้อมคูณจำนวนวันที่ต้องการสำรองน้ำไว้ใช้งานให้เพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น บ้านของเรามีสมาชิกรวมทั้งสิ้น 3 คน ก็จะต้องซื้อแทงค์เก็บน้ำที่มีความจุ 200 x 3 = 600 ลิตร ซึ่งหากต้องการสำรองน้ำประมาณ 2 วันก็ควรซื้อถังเก็บน้ำที่มีความจุ 600 x 2 = 1,200 ลิตร เป็นต้น

มาตราฐานการเลือกปริมาณความจุแทงค์น้ำ

จำนวนสมาชิก 4 คน = ถังเก็บน้ำความจุ 800 ลิตร
จำนวนสมาชิก 5 คน = ถังเก็บน้ำความจุ 1,000 ลิตร
จำนวนสมาชิก 6 คน = ถังเก็บน้ำความจุ 1,200 ลิตร
จำนวนสมาชิก 7-8 คน = ถังเก็บน้ำความจุ 1,600 ลิตร
จำนวนสมาชิก 9-10 คน = ถังเก็บน้ำความจุ 2,000 ลิตร

การเลือกขนาดแทงค์น้ำให้เหมาะสมกับการใช้งาน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาให้ดี ก่อนการซื้อแทงค์น้ำ เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบ้าน ซึ่งมีพฤติกรรมการใช้น้ำแตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นในการเลือกซื้อแทงค์น้ำ จะต้องมีการศึกษารายละเอียด ทำความเข้าใจ กับแทงค์น้ำแต่ละประเภทก่อน ที่จะตัดสินใจติดตั้ง